sbobet thai turbor.net evilstick.com boqueron.info denoteapp.com xsqiangtou.com classicsintl.com

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - Admin

หน้า: [1] 2
1

Steven Jerome Pienaar สตีเวน พีนาร์ เกิดเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 1982 เป็นนักฟุตบอลชาวแอฟริกาใต้ เกิดที่เมืองโจฮานเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ เล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุก Pienaar เริ่มต้นอาชีพกับทีมเยาวชนของสโมสร Ajax Cape Town ทีมในบ้านเกิดในขณะที่เขาเล่นให้กับโรงเรียน School of Excellence

ในปี 1999 Pienaar ขึ้นมาเล่นให้กับทีม Ajax Cape Town ชุดใหญ่ลงเล่นบนลีกสูงสุดก่อนจะลงเล่นไป 24 เกมส์ 6 ประตูก่อนจะพาทีมคว้าแชมป์ Rothman's Cup 1 ครั้งในปี 2000 หลังจากนั้นในปี 2001 Pienaar ย้ายไปเล่นในยุโรปกับสโมสร Ajax และประสบความสำเร็จด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ Eredivisie 2 ครั้งในปี 2001–02, 2003–04 KNVB Cup 2 ครั้งในปี 2001–02, 2005–06 และแชมป์ Johan Cruijff Shield 2 ครั้งในปี 2002, 2005 ลงเล่นให้ทีมไป 94 เกมส์ ก่อนจะย้ายทีมอีกครั้งในปี 2006 ไปเล่นให้กับสโมสร Borussia Dortmund ลงเล่นไป 25 เกมส์และถูกปล่อยยืมตัวไปในปี 2007-08 กับสโมสร Everton ลงเล่นไป 28 เกมส์ 2 ประตู หลังจากนั้นในปี 2008 Pienaar ย้ายมาเล่นกับสโมสร Everton ด้วยค่าตัว 2 ล้านปอนด์ลงเล่นให้ทีมไป 76 เกมส์ 7 ประตู และย้ายทีมอีกครั้งในปี 2011 กับสโมสร Tottenham Hotspur ลงเล่นไปเพียง 10 เกมส์ก็ถูกปล่อยยืมตัวให้กับสโมสร Everton หลังจากนั้นก็ย้ายกลับมาอยู่กับทีม ลงเล่นไป 71 เกมส์ 7 ประตู

ในปี 2016 Pienaar ย้ายมาเล่นให้กับสโมสร Sunderland ก่อนจะลงเล่นไป 15 เกมส์ จนกระทั่งในปี 2017 ย้ายทีมอีกครั้งมาเล่นให้กับสโมสร Bidvest Wits Pienaar ติดทีมชาติแอฟริกาใต้ชุดใหญ่ไป 61 เกมส์ 3 ประตูตั้งแต่ปี 2002-2012

2

Ezequiel Iván Lavezzi อิเซเกล ลาเวซซี่ เกิดเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 1985 เป็นนักฟุตบอลชาวอาร์เจนติน่า Lavezzi เล่นในตำแหน่งกองหน้า เริ่มต้นเล่นฟุตบอลกับทีมท้องถิ่นกับสโมสร Rosario Central ในปี 1995-2003 หลังจากนั้นในปี 2003 เขาย้ายไปเล่นให้กับสโมสร Estudiantess ก่อนจะกลลายเป็นดาวรุ่งที่โด่นเด่นในช่วงนั้นหลังจากที่ทำปะตูไป 17 ประตูในปี 39 เกมส์

ในปี 2004 Lavezzi ย้ายไปเล่นให้กับสโมสร San Lorenzo ด้วยค่าตัว 1 ล้านยูโรด้วยวัยเพียง 19 ปีสามารถพาทีมคว้าแชมป์ Argentine Primera División ในปี 2007 หลังจากที่ลงเล่นไป 84 เกมส์ 25 ประตู จนในปี 2007 ย้ายมาเล่นในยุโรปกับสโมสร Napoli ด้วยค่าตัว 6 ล้านยูโรก่อนจะลงเล่นให้ทีมไป 156 เกมส์ 38 ประตู และพาทีมคว้าแชมป์ Coppa Italia ได้ในปี 2011-12 หลังจากที่อยู่กับทีมมา 5 ปี เขาก็ย้ายไปเล่นในฝรั่งเศสกับสโมสร Paris Saint-Germain ด้วยค่าตัว 26.5 ล้านยูโรก่อนจะประสบความสำเร็จมากที่สุดในอาชีพการค้าแข่งด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ Ligue 1 4 ครั้ง Coupe de la Ligue 2 ครั้ง Coupe de France 1 ครั้ง และ Trophée des champions 2 ครั้ง ลงเล่นให้ที่มไป 107 เกมส์ 22 ประตู

ในปี 2016 Lavezzi ย้ายไปเล่นในไชนีชซูเปอร์ลีกกับสโมสร Hebei China Fortune พร้อมกับค่าเหนื่อยมหาศาลที่เขาได้รับ 10 ล้านปอนด์ต่อปีกับสัญญา 2 ปี Lavezzi ติดทีมชาติอาร์เจนติน่าชุดใหญ่ครั้งแรกในปี 2007 และลงเล่นให้ทีมชาติไปแล้วกว่า 51 เกมส์ 9 ประตูพาทีมชาติคว้าแชมป์โลลิมปิดในปี 2008 รองแชมป์ฟุตบอลโลกในปี 2014 และรองแชมป์โคปาอเมริกาในปี 2015, 2016

3

Robert David "Robbie" Keane ร็อบบี้ คีน เกิดเมื่อวันที่8 กรกฎาคม 1980 เป็นนักฟุตบอลชาวไอร์แลนด์ เกิดที่เมืองดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ เล่นในตำแหน่งกองหน้า Keane เริ่มต้นเล่นฟุตบอลกับทีมเยาวชนของสโมสร Fettercairn YFC ในปี 1986 ต่อด้วยสโมสร Crumlin United ในปี 1990 ก่อนจะย้ายเข้าร่วมทีมเยาวชนของสโมสร Wolverhampton Wanderers ในปี 1996

ในปี 1997 Keane ลงเล่นบนลีกอาชีพกับทีมชุดใหญ่ของสโมสร Wolverhampton Wanderers ก่อนจะลงเล่นไป 73 เกมส์ 24 ประตูด้วยวัยเพียง 17 ปีก่อนจะย้ายทีมในปี 1999 ไปเล่นให้กับสโมสร Coventry City ด้วยค่าตัว 6 ล้านปอนด์ลงเล่นให้ทีมไป 31 เกมส์กับ 12 ประตู ก่อนจะย้ายไปเล่นในอิตาลีกับสโมสร Internazionale ด้วยค่าตัว 13 ล้านปอนด์สัญญา 5 ปีในปี 2000 หลังจากลงเล่นให้ทีมไปเพียง 5 เกมส์ก็ถูกสโมสรปล่อยยืมให้กับสโมสร  Leeds United และลงเล่นไป 18 เกมส์ 9 ประตู ในปี 2011 ถูก Internazionale ขายให้กับสโมสร Leeds United ด้วยค่าตัว 12 ล้านปอนด์และลงเล่นให้ทีมไป 28 เกมส์ 4 ประตู หลังจากนั้นในปี 2002 Keane ย้ายไปเล่นให้กับสโมสร Tottenham Hotspur ก่อนจะกลายเป็นตำนานของทีมในเวลาต่อมาหลังจากลงเล่นให้ทีมไปถึง 197 เกมส์ 80 ประตูและพาทีมคว้าแชมป์ Football League Cup ในปี 2007-08

ในปี 2008 Keane ย้ายไปเล่นให้กับสโมสร Liverpool ด้วยค่าตัว 19 ล้านปอนด์แต่ไม่ประสบความสำเร็จลงเล่นไป 19 เกมส์ 5 ประตู และย้ายกลับสโมสร Tottenham Hotspur ในปี 2009-2011 ลงเล่นไป 41 เกมส์ 11 ประตูก่อนจะถูกปล่อยยืมตัวในปี 2010-2011 กับสโมสร Celtic, West Ham United และถูกขายให้กับสโมสร LA Galaxy ในปี 2011 ลงเล่นไป 125 กมส์ 83 ประตูพาทีมคว้าแชมป์ MLS Cup 3 ครั้ง MLS Supporters' Shield 1 ครั้ง และถูกปล่อยยืมตัวให้กับสโมสร Keane ติดทีมชาติไอร์แลนด์ไป 146 เกมส์ 68 ประตู

:20f27c58:

4


Aly Cissokho อาลี ซิสโซโก้ เกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน 1987 เป็นนักฟุตบอลชาวฝรั่งเศส เกิดและเติบโตใน Blois เมืองหลวงของ Loir-et-Cher กับพ่อแม่ชาวเซเนกัล ก่อนจะย้ายมาอยู่ที่ฝรั่งเศส เขาเล่นในตำแหน่งแบ็กซ้าย Cissokho เริ่มต้นเล่นฟุตบอลกับสโมสรท้องถิ่นกับทีม AMJ Blois และ Blois Foot ต่อด้วยสโมสร Saint-Jean-de-la-Ruelle ก่อนจะย้ายไปเล่นให้กับสโมสร Gueugnon ในปี 2007-2007

ในปี 2007 Cissokho ขึ้นมาเล่นให้กับทีมชุดใหญ่บนลีกสูงสุดก่อนจะลงเล่นไป 22 เกมส์ หลังจากนั้นเขาก็ย้ายทีมในปี 2008 ไปเล่นให้กับสโมสร Vitória Setúbal ลงเล่นไป 13 เกมส์ ก่อนจะย้ายทีมอีกครั้งในปี 2009 ไปเล่นให้กับสโมสร Porto ด้วยค่าตัวเพียง 300,000 ยูโรลงเล่นให้ทีมไปเพียง 15 เกมส์ก่อนจะพาทีมได้แชมป์ Primeira Liga ในปี 2008-09 และคว้าแชมป์ Taça de Portugal ในปี 2008-09 ในปี 2009 ย้ายไปเล่นในฝรั่งเศสกับสโมสร Lyon ด้วยค่าตัว 15 ล้านยูโรก่อนจะพาทีมคว้าแชมป์ Coupe de France ในปี 2011-12 และ Trophée des Champions ในปี 2012 หลังลงเล่นไป 93 เกมส์ 1 ประตู ในปี 2012 Cissokho ย้ายทีมไปเล่นในสเปนกับสโมสร Valencia จนถึงปี 2014 ลงเลี่นไป 25 เกมส์ 2 ประตู ในช่วงปี 2013-174 ถูกปล่อยยืมตัวไปเล่นกับสโมสร Liverpool


ในปี 2014 ทางสโมสร Aston Villa ได้ตัวเขามาด้วยสัญญาสี่ปีก่อนจะลงเล่นให้ทีมไป 55 เกมส์ ถูกปล่อยยืมตัวในปี 2015 กับสโมสร Porto และสโมสร Olympiacos ในปี 2017 ก่อนจะขาย้ายทีมในปี 2017 มาเล่นให้กับสโมสร Yeni Malatyaspor Cissokho เคยติดทีมชาติฝรั่งเศสชุดใหญ่ไปเพียงแค่ 1 เกมส์เท่านั้น



5

สำหรับนักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงในปัจจุบันนั้นก็ถือว่ามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ยังเป็นดาวรุ่ง จนกลายมาเป็นหนึ่งในซุปตาร์ แต่สำหรับผู้เล่นศูนย์หน้านั้นนับว่าพวกเขาเหมือนดาวจรัสแสงในวงการฟุตบอลอย่างแท้จริงเพราะเป็นผู้ที่ทำประตูให้กับทีมเพื่อคว้าชัยชนะ

สำหรับ นาธาน เบิร์นส ก็ถือว่ากำลังเป็นแนวรุกที่ว่ากันว่านี่แหละตัวจริงที่จะฉายแสงให้เจิดจ้าได้อย่างแน่นอน โดยเป็นที่หมายตาของบรรดาผู้สโมสรใหญ่จำนวนมากมายในวงการฟุตบอลNathan Burns นั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งศูนย์หน้าสายเลือดออสซี่ที่มีความสามารถสูงเป็นอย่างยิ่ง เขาเกิดในปี ค.ศ.1988 ที่เมือง Orange ในประเทศออสเตรเลีย เริ่มต้นเล่นฟุตบอลมาตั้งเเต่ยังเด็กๆ เพราะความชื่นชอบ เเละเริ่มมาเข้าร่วมทีมเยาวชนของ NSWIS ในปี ค.ศ.2003 ก่อนที่หนึ่งปีให้หลังจะย้ายมาอยู่กับทีมเยาวชนของ Parramatta Eagles เเละทีมเยาวชนของ AIS ตามลำดับ โดยเริ่มต้นเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่ Adelaide United ในฤดูกาล 2006 ก่อนที่จะไปเล่นในยุโรปกับทีมดังของกรีซอย่าง AEK Athens ในฤดูกาล 2008 เเละในฤดูกาล 2012 ก็ข้ามมาเล่นในเคลีกกับ Incheon United เเต่ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก ก่อนที่ในฤดูกาล 2014 จะย้ายมาร่วมทีม Wellington Phoenix ในเอลีก บ้านเกิด เเละในฤดูกาล 2015 ก็ย้ายมาเป็นหนึ่งในสมาชิกของ เอฟซีโตเกียว

โดยในนามทีมชาติออสซี่นั้นเขาติดทีมชาติออสเตรเลียมาตั้งเเต่ชุดยู 17 จนกระทั่งถึงทีมชาติชุดใหญ่นาธาน เบิร์นส นั้นมีลีลาการเล่นที่สวยงามเเละมีความคล่องเเคล่วสูงในการกระชากลายเลื้อยเเละพาบอลเขาไปในกรอบเขตโทษ รวมทั้งการยิงที่ดุดันเเละเฉียบขาด เเละถนัดทั้งเท้าซ้ายเเละขวา นับว่าเป็นศูนย์หน้าที่น่ากลัวทุกจังหวะเลยก็ว่าได้

6

อดัม แม็ทธิวส์ นับว่าเป็นเเบ็คขวาที่ว่ากันว่ามีสไตล์การเล่นที่ดุดันเเละเฉียบขาดเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งมีความทุ่มเทในการเล่นสูงเป็นอย่างมากเเละมีคุณสมบัติความเป็นนักเตะชั้นยอดอยู่ในตัวอย่างครบครันเลยทีเดียว

อดัม แม็ทธิวส์ คืออีกผู้เล่นดาวรุ่งที่มีการจับตามองกันอย่างมากเลยทีเดียว ว่าจะก้าวขึ้นมาโชว์ความสามารถได้อย่างยอดเยี่ยมในเวทีพรีเมียร์ลีกอังกฤษในไม่ช้านี้ นอกจากนี้เเล้วผลงานในทีมชาติเวลส์ชุดเล็กของเขาก็ถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เเละเป็นอีกหนึ่งความหวังของทีมชาติเวลส์ต่อไปในอนาคต จึงไม่ใช่เรื่องเเปลกที่จะทำเป็นอีกผู้เล่นที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งในเวลานี้

Adam Matthews นั้นเกิดที่เมืองสวอนซี ในเเคว้นเวลส์ เริ่มต้นการเล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆ เเถวบ้านเท่านั้น เเละไม่ได้คิดจิงจังกับการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ จนได้มีโอกาสมาเข้าร่วมทีมเยาวชนของ คาร์ดิฟส์ ซิตี้ ในปี ค.ศ.2000 เเละใช้เวลาในการฝึกฝนเเละทุ่มเทกว่า 9 ปี ก่อนที่จะประสบความสำเร็จก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพได้สำเร็จ เเละในฤดูกาล 2009 ก็สามารถก้าวมาเป็นตัวจริงในทีมชุดใหญ่ของ คาร์ดิฟส์ ซิตี้ ได้สำเร็จ ก่อนที่ในฤดูกาล 2011 เชลซิก ทีมดังจากลีกสก๊อตเเลนด์ จะมาคว้าตัวไปร่วมทีม เเละที่นี่เข้ากลายเป็นผู้เล่นเเกนหลักของทีมก่อนที่ในฤดูกาล 2015 ซันเดอร์เเลนด์ จะพาเขามาหาความท้าท้ายใหม่ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ส่วนในนามทีมชาติเวลส์นั้น เขาติดทีมชาติเวลส์มาตั้งเเต่ชุดยู 17 จนกระทั่งเป็นหนึ่งผู้เล่นหลักของทีมชาติเวลส์ชุดใหญ่ในปัจจุบัน

อดัม แม็ทธิวส์ นั้นมีการเล่นบอลที่ดุดัน เเละมีวินัยในเกมส์รับอย่างสูง พร้อมกับการสกัดบอลที่เเม่นยำ เเละอ่านเกมส์ออกเป็นอย่างดี

7

คาร์ลอส เตเบซ ศูนย์หน้าจองพเนจรอีกคนของวงการลูกหนังโลก เเม้เขาจะมีความสามารถในการทำประตูมากมายทุกจังหวะที่ได้ลูกบอล เเต่ก็มีฟอร์มการเล่นที่ไม่คงเส้นคงวามากนัก เเต่ก็ต้องยอมรับเลยว่านี่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งศูนย์หน้าที่อันตรายอีกคนของโลกเเห่งฟุตบอลสมัยใหม่

Carlos Tevez นั้นเกิดในปี ค.ศ.1984 ที่เมืองซิวดาเดลา ในอาร์เจนตินา ผ่านการเล่นในระดับเยาวชนกับ ออลล์บอยส์ ก่อนที่จะมาร่วมทีมเยาวชนกับ โบกาจูเนียส์ ยักษ์ใหญ่เเห่งวงการฟุตบอลอเมริกาใต้ เเละที่นี่นี่เองที่เขาเริ่มฉายวาวความเป็นยอดศูนย์หน้าจนถูกจับเซ็นต์สัญญาเเละดันสู่ทีมชุดใหญ่ของโบกาจูเนียส์ในฤดูกาล 2001 ก่อนที่จะย้ายมาร่วมทีม คอรินเทียนส์ เเละหลังจากนั้นในฤดูกาล 2006 เขาได้มีโอกาสมาหาความท้าทายใหม่ๆ ที่เกาะอังกฤษกับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด เเละเพียงเเค่ฤดูกาลเดียวก็ถูกยักษ์ใหญ่อย่าง เเมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าตัวไปร่วมทีมด้วย เเละที่ถิ่นโอลด์เเทรดฟอร์ดเเห่งนี้ก็สามารถสร้างชื่อให้กับเขาได้เป็นอย่างดี จนถูกทีมร่วมเมืองเเมนเชสเตอร์อย่าง เเมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซื้อตัวไปร่วมทีมในฤดูกาล 2009 ก่อนที่เขาจะพาความสำเร็จมากมายมาสู่ถิ่นอิดิฮัด สเตรเดี้ยม เเละในฤดูกาล 2013 เขาย้ายมาหาความท้าทายใหม่อีกครั้งในกัลโชเซรียอากับยูเวนตุส เเละสร้างพาม้าลายตัวนี้คว้าแชมป์สคูเดตโต้ได้สำเร็จ เเล้วในฤดูกาลล่าสุดนั้นเขากับไปอยู่กับโบกาจูเนียส์อีกครั้ง

ผลงานในทีมชาติอาร์เจนติน่าของ คาร์ลอส เตเบซ นั้นถือว่ามีผลงานที่ดีพอสมควร โดยเขาติดทีมชาติอาร์เจนติน่าตั้งเเต่ชุดยู 17 ก่อนที่จะมาติดทีมชาติชุดใหญ่ เเต่ไม่มีชื่อไปเล่นฟุตบอลโลกที่บราซิล ถือว่าเป็นอีกความล้มเหลวในการรับใช้ชาติของศูนย์หน้ารายนี้เลยก็ว่าได้

8

อเมริกันฟุตบอลเป็นกีฬาอันดับหนึ่งของชนชาวอเมริกัน มีวิวัฒนาการมาจากรักบี้ และลูกบอลนั้นเป็นวงรีคล้ายๆ ไข่ เพื่อที่จะให้ขว้างได้แรงและมีลักษณะหมุนปั่นไปในอากาศได้ดี มีองค์กรที่ควบคุมการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลที่มีชื่อเสียงก็คือ NFL (National Football League) ในหนึ่งทีมของอเมริกันฟุตบอลมี 11 คน น้ำหนักของลูกฟุตบอลที่ใช้อยู่ที่ 12.5-13.5 ปอนด์ ความยาว 11-11.25 นิ้ว กฎกติกาของอเมริกันฟุตบอลจะคล้ายกับรักบี้ คือต้องพยายามพาลูกฟุตบอลให้เข้าเขตทำประตู (End Zone) ให้ได้หรือเตะเปลี่ยนให้ข้ามเสาทั้งสองด้านและลูกฟุตบอลข้ามคานบน จึงจะได้คะแนน

สนามแข่งขันของอเมริกันฟุตบอล มีความกว้าง 360 ฟุตยาว 160 ฟุต ที่ปลายทั้งสองด้านของสนามจะมีพื้นที่ยาวออกไปอีก 10 หลาที่เรียกว่า End Zone พื้นสนามที่ใช้สามารถใช้ได้ทั้งสนามหญ้าเทียมและสนามหญ้าจริงๆ โดยสนามหญ้าเทียมจะไม่ต้องบำรุงรักษาไม่ต้องรดน้ำพรวนดินมาก อาจทำให้นักกีฬาวิ่งได้เร็วมากขึ้น แต่ว่าเมื่อเกิดการหกล้มหรือร่างกายไถลไปกับพื้นอาจทำให้ได้รับบาดเจ็บได้

อเมริกันฟุตบอลมีการทำคะแนนด้วยการวางทัชดาวน์ หรือการที่ผู้เล่นจะต้องพาลูกฟุตบอลเข้าไปอยู่ที่ End Zone ให้ได้ ซึ่งจะได้ 6 คะแนน และการทำคะแนน Field Goal เป็นการเตะลูกฟุตบอลให้เข้าไปภายในเสาทั้งสองข้างแต่ต้องข้าม cross bar การเตะทำคะแนนด้วยวิธี Field Goal จะได้ 3 คะแนน อเมริกันฟุตบอลแบ่งการเล่นเป็น 4 ควอเตอร์ (ครึ่งละ 2 ควอเตอร์) ควอเตอร์ละ 15 นาที  มีการพักระหว่างควอเตอร์ 2 นาที ส่วนการพักครึ่งจะใช้เวลาการพัก 12 นาที รายการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลที่เป็นที่โด่งดังมากก็คือรายการแข่งขันซูเปอร์โบวล์ และซูเปอร์โบวล์รอบชิงชนะเลิศครั้งล่าสุดมีผู้ชมทั่วโลกกว่าหมึ่นล้านคนเฝ้าติดตาม

9
กีฬา / สโมสรฟุตบอลเฟเนบาเช่ (Fenerbahçe Sports Club)
« เมื่อ: มกราคม 15, 2019, 04:28:25 PM »

ชื่อเต็ม : Fenerbahçe Spor Kulübü
ฉายา : The Yelllow Canaries
ก่อตั้ง : 3 มีนาคม 1907
สนาม : Ulker Stadium
ความจุ : 47,834
ประธานสโมสร : Aziz Yildirim
ผู้จัดการทีม : Aykut Kocaman

Fenerbahçe Sports Club เฟเนบาเช่ เป็นที่รู้จักกันในนาม Fenerbahçe หรือ Fener อย่างไม่เป็นทางการ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1907 ในเมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี

ชื่อของสโมสรได้มาจากย่ายที่ตั้งของเมือง Fenerbahçe เป็นสโมสรกีฬาที่สำคัญอยู่หลายแห่งรวมถึงการเข้าแข่งขันฟุตบอล บาสเกตบอล วอลเลย์บอล นักกีฬาว่ายน้ำ การแล่นเรือใบพาย มวย และปิงปอง รวมถึงรางวัลที่สำคัญอีกมากมายในแต่ละสาขา Fenerbahçe เป็นหนึ่งในทีมฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดและได้รับการสนับสนุนอย่างดีที่สุดในตุรกี โดยไม่เคยถูกลดตำแหน่งลงมาและได้เข้าแข่งขันในรายการตุรกีซูเปอร์ลีกและตุรกีคัพ พวกเขามีชื่อเล่นว่า Sarı Kanaryalar "Yellow Wysp Wyspy Kanary"  และสนามเหย้าที่พวกใช้คือสนามกี่ฬา ŞükrüSaracoğluในKadıköy, Istanbul

Fenerbahçe สามารถคว้าแชมป์ซูเปอร์ลีกตุรกีได้ถึง 19 ครั้ง กับ 6 ถ้วยในตุรกีคัพ อีก 9 ถ้วยในตุรกีซูเปอร์คัพ 28 ถ้วยในอินเตอร์เนชั่นแนล แชมป์เปี่ยนส์ชิพ กับ 19 ถ้วยในซูปเปอร์ลีก และ 3 ถ้วยแชมป์แห่งชาติตุรกี Fenerbahçe ถือได้ว่าเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในตุรกี ในเวทียุโรปสามารถไปถึงรอบรองชนะเลิศในฤดูกาล 1963-1964 ในถ้วยยูฟ่าวินเนอส์คัพ และในฤดูกาล 2007-2008 ของยูฟ่าแชมป์เปี่ยนส์ลีก และในฤดูกาล 2012-2013 Fenerbahçe สามารถเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในศึกยูฟ่าแชมป์เปี่ยนส์ลีก นับว่าเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขาในศึกยูฟ่าแชมป์เปี่ยนส์ลีก

Fenerbahçe เป็นหนึ่งในทีมที่ได้รับการสนับสนุนอย่างดีที่สุดในตุรกี และมีแฟนบอลนับล้านในตุรกี รวมถึงคนอื่นๆอีกหลายล้านคนในชุมชนชาวตุรกีทั่วโลก สโมสร Fenerbahçe มีการแข่งขันที่ยาวนานกับสโมสรอื่นๆในอิสตันบูล เช่นทีม Beşiktaş และ Galatasaray อินเตอร์คอนติเนนตัลดาร์บี้ระหว่าง Fenerbahçe และกาลาตาซาลาย ถือเป็นหนึ่งในดาบี้แมตท์ที่ร้อนแรงที่สุดในโลก

10

กัลโช่ เซเรีย อา ตั้งแต่ซีซั่น 2005-06 เป็นต้นมา หากทีมที่แข่งขันกันเพื่อคว้าแชมป์, คว้าโควต้าไปเล่นฟุตบอลสโมสรยุโรป, หนีตกชั้น มีคะแนนเท่ากันทางเลก้า กัลโช่ เซเรีย อามีวิธีพิจารณาดังนี้ 1.ดูจากผลงานการพบกันเอง (head-to-head) 2.ผลต่างประตูได้เสียของนัดที่พบกัน 3.ผลต่างประตูได้เสียในลีก 4.จำนวนประตูที่ทำได้ในลีก 5.จับสลาก

นักเตะที่ลงเล่นในกัลโช่ เซเรีย อิตาลีด้วยจำนวนนัดมากที่สุด 10 อันดับแรกมีดังนี้ 1.เปาโล มัลดินี่ ทีมเอซี มิลาน (1985-2009) 647 นัด, 2.ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ ทีมอินเตอร์ มิลาน (1995-2014) 615 นัด, 3.จานลูก้า ปายูก้า ทีมซามพ์โดเรีย, อินเตอร์ มิลาน, โบโลญญ่า, อัสโคลี่ (1987-2007) 592 นัด, 4.ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ ทีมโรม่า (1992-ปัจจุบัน) 585 นัด, 5.ดิโน่ ซอฟฟ์ ทีมอูดิเนเซ่, มันโตว่า, นาโปลี, ยูเวนตุส (1961-83) 570 นัด,

อันดับ 6.ปิเอโตร เวียร์โคว้อด ทีมโคโม่, ฟิออเรนติน่า, โรม่า, ซามพ์โดเรีย, ยูเวนตุส, เอซี มิลาน, ปิอาเชนซ่า (1980-2000) 562 นัด 7.โรแบร์โต้ มันชินี่ ทีมโบโลญญ่า, ซามพ์โดเรีย, ลาซิโอ (1981-2001) 541 นัด, 8.ซิลวิโอ ปิโอล่า ทีมโปร แวร์เชลลี่, ลาซิโอ, ยูเวนตุส, โนวาร่า (1929-1954) 537 นัด, 9.เอ็นริโก้ อัลแบร์โตซี่ ทีมฟิออเรนติน่า, กายารี่, เอซี มิลาน (1958-80) 532 นัด, 10.จานนี่ ริเวร่า ทีมอเลสซานเดรีย, เอซี มิลาน (1958-79) 527 นัด

11

ฟุตบอลโลกนอกจากถ้วยรางวัลแล้วเราก็ยังมีรางวัลต่างๆที่จะยังมอบให้กับทีมฟุตบอลที่ชนะฟุตบอลโลกอีกด้วยโดยเมื่อจบการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในแต่ละปีจะมีการจัดการรางวัลให้กับคุณผู้เล่นในด้านต่างๆในปัจจุบันซึ่งจะมีทั้งหมด 6 รางวัลด้วยกันวันนี้เราจะมาพูดถึงรางวัลเหล่านั้นกันเรามาดูกันเลยว่ามีรางวัลอะไรบ้าง

รางวัลแรกเต็มรางวัลบอลทองคำจะมีไว้สำหรับผู้เล่นยอดเยี่ยมพิจารณาจากการลงคะแนนของสมาชิกสื่อมวลชนและรางวัลบริเวณและบรอนซ์ทองแดงให้ผู้เล่นยอดเยี่ยมอันดับ 2 และอันดับ 3 ตามลำดับ ต่อมาจะเป็นรางวัลเท้าทองคำ สำหรับผู้ทำประตูสูงสุดในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในแต่ละปีถ้วยรางวัลนี้เกิดขึ้นครั้งแรกในปีค.ศ.1982 ส่วนรางวัลรองเท้าเงินและรองเท้าทองแดงนั้นมอบให้ผู้ทำประตูในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายอันดับ 2 และอันดับ 3 ตามลำดับ ต่อมาเป็นรางวัลถุงมือทองคำมอบให้ผู้รักษาประตูเมื่อเทียบโดยตัดสินในด้านกลุ่มศึกษาด้านเทคนิค fifa รางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยม สำหรับดาวรุ่งยอดเยี่ยมที่อายุไม่เกิน 21 ปีนับจากปีเกิดโดยตัดสินโดยกลุ่มศึกษาด้านเทคนิค fifa เริ่มมีการมอบรางวัลนี้ครั้งแรกในปี ค.ศ.2006 ต่อมาจะเป็นรางวัลทีมที่เล่นขาวสะอาด เบื้องหลังวันนี้จะมอบให้สำหรับทีมที่มีสถิติในการเล่นอย่างขาวสะอาดมากที่สุดนับจากระบบการให้คะแนนและเกณฑ์ของคณะกรรมการการเล่นอย่างขาวสะอาดของฟีฟ่านั่นเอง ส่วนรางวัลสุดท้ายนั่นก็คือรางวัลทีมที่น่าสนใจ เป็นรางวัลที่มอบให้พื้นที่เล่นได้สนุกที่สุดสำหรับพิมพ์เพื่อความบันเทิงกับผู้ชมมากที่สุดในการแข่งขันคัดเลือกบอลโลกนั้นจะมีการตัดสินจากแบบสำรวจจากผู้ชมด้วยรางวัลนี้เริ่มมีการมอบให้ครั้งแรกในปีคศ 1994 นั่นเอง

สุดท้ายทีมรวมดารา เป็นครีมที่รวบรวมรายชื่อนักฟุตบอลยอดเยี่ยม 23 คนจากนักฟุตบอลทั้งหมดของการแข่งขันแต่ละครั้งตั้งแต่ปีคศ 1998 นั่นเอง

12

ศูนย์หน้าอนาคตไกลชาวสเปนอีกคนคงหนีไม่พ้น ซานติ มินา ซึ่งถือว่าเป็นผู้เล่นที่ฟอร์มกำลังเข้าตาบรรดาทีมใหญ่ๆชั้นนำในยุโรปอย่างมากมายเลยทีเดียว เพราะทีเด็ดของการมีสัญชาตญาณของการทำประตูอยู่ทุกอณูก็ทำให้เขาสามารถผลิตสกอร์ได้อย่างต่อเนื่องเลยทีเดียว

Santi Mina นั้นเกิดเมื่อปี ค.ศ.1995 ที่เมืองวีโก้ ในสเปน เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งเเต่เด็กเเละชื่นชอบในการเล่นตำเเหน่งศูนย์หน้าเป็นอย่างมากเลยทีเดียว จนที่สุดก็สามารถเข้าร่วมทีมเยาวชนของ เซต้า วีโก้ ได้สำเร็จในปี ค.ศ.2005 เเละใช้เวลาในการฝึกฝนทักษะอยู่ถึง 7 ปีด้วยกัน ก่อนที่เขาจะก้าวขึ้นมาเล่นในทีมสำรองของ เซต้า วีโก้ ในฤดูกาล 2012 เเละจากการลงเล่นไป 13 นัดก็สังหารประตูไป 8 ประตูด้วย จนสามารถเบียดขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ของสโมสรได้สำเร็จในฤดูกาล 2013 เเละสามารถโชว์ฟอร์มการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว จนในที่สุดยักษ์ใหญ่อย่าง บาเลนเซีย ก็มาจัดการดึงตัวเขาไปร่วมทีมในฤดูกาล 2015 ส่วนในนามทีมชาติสเปนนั้น เขาติดทีมชาติสเปนมาตั้งเเต่ชุดยู 18 จนปัจจุบันนั้นติดทีมชาติในชุดยู 21 เเล้ว

สำหรับ ซานติ มินา นั้นถือว่าเป็นศูนย์หน้าตัวอันตรายที่สามารถถล่มประตูคู่เเข่งได้ทุกจังหวะเลยทีเดียว เเละถือว่าเป็นผู้เล่นที่มีทักษะสูงอย่างมากเลยทีเดียวในการหลอกล่อคู่เเข่งเเละยิงประตูได้อย่างเฉียบขาดอย่างมากเลยทีเดียว จนทำให้เขากลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงของวงการฟุตบอลสเปนเลยทีเดียว

13

การเลี้ยงบอลเป็นหนึ่งในทักษะความสามารถที่นักบอลทั้งหลายจะต้องฝึกฝนให้ชำนาญ เพราะต่อให้คุณยิงบอลเก่งแค่ไหน ส่งลูกเจ๋งแค่ไหน แต่ถ้าคุณไม่สามารถเลี้ยงบอลหลบคู่ต่อสู้ได้ก็ไม่มีประโยชน์ ดังนั้นวันนี้เรามาดูเทคนิคที่ใช้ในการเลี้ยงบอลหลบคู่ต่อสู้ที่มือโปรทั้งหลายมักนำมาใช้กันครับ

การปาดบอล (Roll Over)

เทคนิคในการเลี้ยงบอลหลบคู่ต่อสู้ที่ง่ายที่สุดคือการปาดบอล ถึงจะเป็นทักษะเบื้องต้นที่ง่ายที่สุด แต่ถ้าใช้ดี และถูกเวลาจะเป็นท่าการเลี้ยงบอลหลบที่ได้ประโยชนืมาก โดยสามารถทำท่านี้สามารถทำได้โดยนักเตะจะต้องใช้บริเวณฝ่าเท้าเป็นตัวเลี้ยงลูก จากนั้นเลี้ยงบอลเข้าหาคู่ต่อสู้ แล้วเมื่อฝ่ายตรงข้ามกำลังจะแย่งฟุตบอลจากเรา ให้ทำการปาดลูกบอลโดยใช้ฝ่าเท้า ปาดไปยังด้านบนของลูกบอลจะหลบไปซ้ายหรือขวาก็แล้วแต่ความถนัดและสถานการณ์

สับขาหลอก (Step Over, Scissor)

การสับขาหลอกเป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ใช้กันบ่อยมาก และยังใช้แพร่หลายด้วย วิธีการคือเมื่อคุณเลี้ยงบอลเข้าจู่โจมฝั่งตรงข้ามให้ทำการสับขาหลอก โดยการก้าวข้ามบอลเป็นวงกลมสลับไปมา โดยจะใช้ขา 2 ข้างหรือข้างเดียวก็ได้ เพื่อหลอกให้ฝั่งตรงข้ามเสียจังหวะการชิงบอลจากนั้นก็ให้คุณกนะชากบอลไปในทิศทางที่คิดว่าสามารถพ้นจากศัตรูได้

ท่าหมุนตัว (Rouette)

ท่าหมุนตัวก็เป็นอีกท่าที่ใช้บ่อยเพื่อกันฝ่ายตรงข้ามวิ่งเข้ามาจิ้มขาเพื่อแย่งบอลของเรา เราจึงสามารถใช้ท่าหมุนตัวนี้เพื่อหลบและป้องกันบอลจากคู่ต่อสู้ได้ โดยดึงบอลกลับถอยหลังด้วยขาข้างใดข้างหนึ่ง จากนั้นใช้ขาข้างที่เหลือเกี่ยวฟุตบอลเอาไว้พร้อมกับหมุนตัวหลบคู่ต่อสู้

ท่าเลี้ยงบอลอ้อมตัว ( In And Out)

เป็นท่าเลี้ยงบอลหลบที่ไม่ค่อยได้เห็นใครใช้มากนักเพราะนักเตะที่จะใช้ได้ต้องมีความเร็วและความคล่องตัวสูง เพราะต้องใช้ความเร็วในการวิ่งอ้อมตัวผู้เล่น สามารถทำได้โดยเมื่อฝั่งตรงข้ามจะแย่งบอลเราให้เตะไปฝั่งตรงข้ามกับขาของคู่ต่อสู้จากนั้นก็วิ่งตามไปเก็บบอลแล้วเลี้ยงบอลไปต่อจังหวะต่อไป

ท่าเตะบอลลอดหว่างขา (Nut Meg, Panna)

หลายคนอาจจะคิดว่าการเตะบอลลอดหว่างขานี่มันเป็นเรื่องของความบังเอิญมากกว่าการจงใจเตะเลี้ยงบอล แต่จริงๆ แล้วท่านี้ไม่ใช่บังเอิญครับแต่มันคือเทคนิคเด็ดอีกอันหนึ่งที่ถ้าคุณฝึกจนชินและมองเห็นโอกาสที่จะใช้แล้วล่ะก็ คุณจะเลี้ยงบอลหลบคู่ต่อสู้ได้สบายๆ เลย แต่ท่านี้ต้องอาศัยความไวของร่างกายและประสาทสัมผัสเยอะหน่อยเพราะต้องคอยสังเกตโอกาสที่จะทำท่านี้ โดยขณะที่กำลังเลี้ยงบอล แล้วฝั่งตรงข้ามเข้ามาจะแย่งฟุตบอลแทนที่เราจะเลี้ยงปาดซ้ายปาดขวาดให้จับจังหวะและมีช่องว่างมากพอก็ให้เตะบอลลอดหว่างขาคู่ต่อสู้ไปเลยแล้ววิ่งอ้อมตัวไปเก็บบอล

เป็นอย่างไรบ้างครับเทคนิคเด็ดในการเลี้ยงบอลหลบคู่ต่อสู้ อย่าลืมฝึกบ่อยๆ นะครับจะได้เอาไว้ใช้ในการแข่งขันรับรองว่าคุณจะกลายเป็นนักเลี้ยงบอลหลบประจำทีมที่เจ๋งมากๆ เลยล่ะเพราะช่วยเพิ่มโอกาสชนะให้กับทีมได้

14

นักฟุตบอลในแถบโซนอเมริกาใต้หรือแอฟริกามักมีความสามารถโดดเด่นอย่างมากในเรื่องของความสามารถเฉพาะตัวเเต่ถ้าในเรื่องของทีมเวิร์คเราก็ยังคงเป็นทีมรองจัดทีมทวีปยุโรปซึ่งในช่วงสมัยยุคนั้นแผนการเล่นที่กำลังมาแรงเป็นการเล่นสไตล์จากทีม barcelona ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีการเลี้ยงลูกฟุตบอลตามสไตล์นักเตะบราซิลกันว่าเขาจะมีการฝึกกันอย่างไรบ้างมาดูกันเลย

วิธีการฝึกซ้อมสำหรับนักบอลตามสไตล์บราซิล เป็นการฝึกโดยให้นำกรวย 5 กรวย วางห่างกันประมาณ 2 000 เป็นเส้นตรงในช่วงแรกและให้นำกรวย 4 กรวยมาวางให้ห่างกันในแนวกว้างสลับฟันปลาระยะห่างประมาณ 2 ถึง 3 เมตรในช่วงที่ 2 อีก 2 กรวยที่เหลือให้วางเป็นแนวตรงระยะห่างหน่อยประมาณ 5 เมตรเพื่อใช้ในการเลี้ยงวนรอบเป็นลักษณะวงกลมด้วยขาด้านในและอีกอันก็เลี้ยงบนรอบเป็นวงกลมด้วยขาด้านนอกในช่วงที่ 3 ในการฝึกซ้อมแบบนี้เพื่อจะช่วยเสริมในเรื่องของความคล่องตัวในการเลี้ยงบอลและยังเพิ่มความแม่นยำในการเลี้ยงบอลหลบไปมาทำให้สามารถเลี้ยงลูกบอลหลบคู่ต่อสู้ได้ดีมากขึ้นหากเมื่อคนทำการฝึกซ้อมบ่อยๆก็จะทำให้คนเป็นหนึ่งในตัวหลักที่คอยสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมได้ยิงทำประตูหรือคุณจะเป็นคนจริงประตูเองก็ได้ลองนำไปใช้ดูแล้วจะติดใจในความคล่องแคล่วว่องไวนั่นเอง

แต่อย่างไรก็ตามทีมฟุตบอลที่มีแผนการเล่นแบบนั้นจะมีการเน้นการรับบอลส่งบอลและครอบครองบอลก็ยังต้องการนักเตะที่สามารถพลิกเกมได้ด้วยตัวคนเดียวและสร้างโอกาสทำประตูให้กับเพื่อนร่วมทีมของตนได้อย่างเสมอเสมออีกด้วย

15

จอห์น สโตนส์ คือเเบ็คขวาอนาคตไกลของทีมชาติอังกฤษ ที่มีความสามารถสูงเป็นอย่างมาก เป็นปราการหลังที่ไว้ใจได้เสมอเเละทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องทั้งในระดับสโมสรเเละในระดับทีมชาติ ความสามารถเฉพาะตัวสูง ว่องไว เเละเฉียบขาดในการตัดสินใจพร้อมทั้งมีความทุ่มเทในการเล่นสูงเป็นอย่างยิ่ง

โดยมีคุณสมบัติความเป็นนักเตะชั้นยอดอยู่ในตัวอย่างครบครันเลยทีเดียว เขาถูกจับตามองอย่างมากทั้งจากสื่อเเละบรรดาเเมวมองของหลายๆ สโมสรชั้นนำในยุโรป เเน่นอนว่าด้วยความสามารถขนาดนี้เขาต้องก้าวไปเป็นหนึ่งในผู้เล่นชั้นยอดของโลกด้วยอย่างเเน่นอน

John Stones เกิดเมื่อปี ค.ศ.1997 ที่เมืองบาร์นสลีย์ ในอังกฤษ เริ่มต้นเล่นฟุตบอลตั้งเเต่ยังเด็กๆ ก่อนที่จะพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่องในทีมเยาวชนของบาร์นสลีย์ เเละในฤดูกาล 2011 เขาก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นชุดใหญ่ของบาร์นสลีย์ได้สำเร็จก่อนที่ในฤดูกาล 2013 เอฟเวอร์ตันจะดึงตัวเขาไปร่วมทีมด้วย เเละที่นี่เขาสามารถยึดตำเเหน่งตัวจริงได้อย่างมั่นคงเเละลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ ส่วนผลงานในทีมชาติอังกฤษนั้น เขาติดทีมชาติอังกฤษมาตั้งเเต่ชุดยู 19 เรื่อยมาจนกลายมาเป็นหนึ่งในทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่เเล้ว

จอห์น สโตนส์ มีลีลาการเล่นที่ไม่โจ่งเเจ้งอะไรมากนัก อาศัยความเชื่อ เเละมีวินัยในเกมส์รับสูงเป็นอย่างมากเลยทีเดียว พร้อมทั้งการตัดบอลที่เเม่นยำ ลูกกลางอากาศก็ไม่เป็นสองรองใคร นับว่าเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นดาวรุ่งที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการฟุตบอลอังกฤาเลยก็ว่าได้

หน้า: [1] 2

พื้นที่โฆษณา ขนาด 728x90 พิกเซล
ติดต่อ 080-000-0000